วันจันทร์, 23 พฤศจิกายน 2563

เจ้าของสวน แจกแตงโมฟรี 15 ตัน

17 เม.ย. 2020
482

เจ้าของสวนสุพรรณบุรี ไม่ยอมขาย ขนมาแจกชาวบ้านข้างทาง (ชมภาพ)

เจ้าของไร่แตงโมที่สุพรรณบุรี ยอดแตงโมตก เหลือเพียงกิโลกรัมละ 3-4 บ. นำมาให้ฟรี 15 ตัน เพื่อเป็นการให้กำลังใจด้วย

ที่บริเวณ ริมถนนคันคลองชลประทานดอนเจดีย์-สามชุก ต.หนองสาหร่าย อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี นายเต็ม แจ้งประจักษ์ 53 ปี เกษตรกรเจ้าของไร่แตงโม

ชาว ต.บ้านสระ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี เจ้าของไร่แตงโม ชาวสุพรรณบุรี พร้อมครอบครัว นำแตงโมจากไร่ มาแจกฟรี จำนวน 15 ตัน

ให้กับประชาชนและผู้ที่ขัยรถสัญจรไปมา คนละ 2 เป็นกำลังใจให้ทุกคนได้สู้ ถึงผลผลิตแตงโมขณะนี้ยอดตก เหลือโลละ 3-4 บ.

นายเต็ม แจ้งประจักษ์ เปิดว่าได้ทำไร่แตงโม มากว่า 20 ปี มีทั้งหมดกว่า 500 ไร่ ที่ผ่านมาก็มักจะมีอุปศักดิ์ตลอด ได้ดีบ้าง ตกบ้าง

ก็ต้องสู้มาโดยตลอด จนกระทั่งมาเจอกับสถานการณ์การนี้ ที่ทุกคนกำลังเจออยู่ ชาวไร่แตงโมได้รับผลไปด้วยเนื่องจากแตงโมตก

ต่ำเหลือกิโลกรัมละ 3-4 บ. เท่านั้น พี่น้องประชาชนไม่มีกำลังที่จะมาหาด้วยจากปัญหา จึงได้นำแตงโมจำนวน 15 ตัน นำมาแจกให้กับประชาชน

และ ผู้ที่ใช้ใช้ถนนสัญจรไปมาฟรี จะแจกฟรีคนละ 2 เพื่อให้ทุกคนได้นำไปกลับรับประทานที่บ้าน โดยต้องการให้ได้รับแจกแตงโมกระจายไปหลายๆราย

ให้ได้รับแจกทั่วถึงกันทั่วหน้า การที่นำแตงโมมาแจกรู้สึกดีใจมาก ถึงจะไม่ได้ช่วยอะไรได้มากนัก แต่ก็อยากแสดงถึงการให้ ได้เห็นรอยยิ้มของผู้มารับ ตนเป็นเกษตรกรก็รู้สึกดีใจ

จึงขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนก้าวผ่านสถานการณ์วิกฤตไปด้วยกัน ซึ่งได้เริ่มแจกตั้งแต่เช้า จนกระทั่งเที่ยงๆ ได้แจกหมดไปจำนวน 15 ตัน จากนั้นนายเต็ม แจ้งประจักษ์

พร้อมครอบครัวได้ช่วยกันขนแตงโมงขึ้นรถยนต์กระบะ จำนวน 3 ตัน เพื่อนำแตงโมไปถวายให้วัดไกลกังวล-เขาสารพัดดีศรีเจริญธรรม ต.บ้านเชี่ยน อ.หันคา จ.ชัยนาท

เพื่อนำไปเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ภายในวัด สุพรรณบุรีเป็นเมืองโบราณ พบหลักฐานทางโบราณคดีมีไม่ต่ำกว่า 3,500-3,800 ปี โบราณวัตถุที่ขุดพบมีทั้งยุคหินใหม่ ยุคสำริด

ยุคเหล็ก และสืบทอดวัฒนธรรมต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยสุวรรณภูมิ ฟูนัน อมราวดี ทวารวดี และศรีวิชัย สุพรรณบุรีเดิมมีชื่อว่า ทวารวดีศรีสุพรรณภูมิ หรือ พันธุมบุรี

ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำท่าจีน แถบ บริเวณตำบลรั้วใหญ่ไปจดตำบลพิหารแดง ต่อมาพระเจ้ากาแตได้ย้ายเมืองมาตั้งอยู่ที่ฝั่งขวาของแม่น้ำ แล้วโปรดให้มอญน้อยไปสร้างวัดสนามชัย

และบูรณะวัดป่าเลไลยก์ ชักชวนให้ข้าราชการจำนวน 2,000 คนบวช จึงขนานนามเมืองใหม่ว่า สองพันบุรี ครั้งถึงสมัยพระเจ้าอู่ทอง ได้สร้างเมืองมาทางฝั่งใต้หรือทางตะวันตก

ของแม่น้ำท่าจีน ชื่อเมืองเรียกว่า อู่ทอง จวบจนสมัยขุนหลวงพะงั่ว เมืองนี้จึงเรียกว่าชื่อว่า สุพรรณบุรี นับแต่นั้นมา ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เมืองสุพรรณบุรี

จนกระทั่งถึงสมัยรัตนโกสินทร์ เมืองสุพรรณบุรีได้ฟื้นตัวขึ้นใหม่ และตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำท่าจีน (ลำน้ำสุพรรณ) มาจนตราบทุกวันนี้

สงวนลิขสิทธิ์ © 2020 สำนักข่าวทัตสโตร์ออนไลน์
TRUSTSTORE ONLINE BY OKINFINITY LIMITED PARTNERSHIP (THAILAND)