วันจันทร์, 23 พฤศจิกายน 2563

เส้นทางชีวิต ‘ฟ้าใส ปวีณสุดา’

26 เม.ย. 2020
1283

เส้นทางชีวิต ‘ฟ้าใส ปวีณสุดา’
นางงามนักสู้ ที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

ถ้าพูดถึงนางงามในดวงใจชาวไทยแล้วละก็ ต้องมีชื่อของ ฟ้าใส ปวีณสุดา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 และเจ้าของตำแหน่ง Top 5 มิสยูนิเวิร์ส 2019 ประดับอยู่แน่นอน

บอกเลยว่าคุณสมบัติของเธอมาเต็ม เหมาะสมกับมงนางงามที่สุด ทั้งสวย เก่ง ฉลาด และภาพลักษณ์ดีอยู่เสมอ ถึงจะมีกระแสดราม่าต่าง ๆ เกิดขึ้นอยู่เป็นระยะ แต่ทำไมเธอถึงยังยืนอยู่ได้ ? ตามมาเจาะลึกเรื่องที่น่าสนใจของ ฟ้าใส ปวีณสุดา นางงามนักสู้ผู้ไม่เคยยอมแพ้กันเลย

ฟ้าใส มีชื่อจริงเต็ม ๆ ว่า เจนนิเฟอร์ ปวีณสุดา แซ่ตั่น ดรูอิ้น (Jennifer Paweensuda Saetan-Drouin) ด้วยดีเอ็นเอที่ผสมผสานทั้งตะวันตกและตะวันออกอย่างลงตัว เธอจึงมีใบหน้าที่สวยหมดจด พร้อมส่วนสูงถึง 181 เซนติเมตร

ฟ้าใสเกิดและเติบโตที่กรุงเทพ แต่ช่วงประถม ครอบครัวของเธอก็ย้ายไปแคนาดา โดยคุณแม่ขอร้องว่าเวลาอยู่บ้านต้องพูดภาษาไทยกับแม่เท่านั้น ช่วงนั้นด้วยความที่พูดภาษาอังกฤษปนไทย

ทำให้เธอต้องปรับตัวอย่างมาก เพื่อให้เพื่อน ๆ เข้าใจและยอมรับ นอกจากนั้นเธอยังชอบดูละครไทย และมีความใฝ่ฝันอยากเป็นหมอ จึงเลือกเรียนต่อในสาขาวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว

นอกจากเครื่องหน้าที่สวยคมแล้ว ฟ้าใส ปวีณสุดา ยังเป็นสาวที่เรียนเก่งมาก เธอจบปริญญาตรีจาก University Of Calgary ประเทศแคนาดา ในสาขาวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว

ซึ่งเป็นศาสตร์ที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของมนุษย์และสัตว์ ว่าด้วยเรื่องสรีรวิทยา การเสนอวิธีรักษาด้านชีวภาพ หลักการจิตวิทยาพลวัต และกลไกการเคลื่อนไหว เป็นต้น แค่นี้ก็รู้แล้วว่าไม่ได้เรียนและจบกันง่าย ๆ แต่เธอก็สามารถคว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 มาครองได้

ก่อนหน้าที่ ฟ้าใส ปวีณสุดา จะได้ครองตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 เธอเคยผ่านการประกวดมาแล้วหลายเวที ถึงแม้เธอจะไม่ได้คว้ามงกุฏมิสยูนิเวิร์สอย่างที่ตั้งความหวังไว้ แต่เธอก็ทำให้คนไทยภาคภูมิใจกับความโดดเด่นบนเวทีโลก ถือเป็นนางงามผู้นำสายสะพายไทยแลนด์ไปได้ไกลเลยทีเดียว

แม้จะมาในสายนางงาม แต่ฟ้าใสก็สนใจจะเรียนรู้งานในแวดวงบันเทิง รวมไปถึงเบื้องหลังเช่นกัน โดยสาวสวยคนนี้เคยทำหน้าที่พิธีกรรายการโทรทัศน์ ร่วมกับ หมิง อรินทมาศ, แนน วริตา, บุ๋ม ปนัดดา เมื่อปี 2557 รวมไปถึงรายการ สปอร์ต กูรู ร่วมกับ พิศณุ นิลกลัด และ พลวรรธก์ บุญลออ ตั้งแต่ปี 2560-2562 อีกทั้งยังเคยเป็นดีเจร อีกด้วย ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ

ที่สำคัญ ฟ้าใสยังเป็นนางงามที่ใช้ชีวิตติดดินมาก แม้จะได้รับรถยนต์จากกองประกวดภายหลังได้รับตำแหน่ง แต่หลายครั้งเธอก็ยังไปไหนมาไหนด้วยรถเมล์และขนส่งสาธารณะ

เพราะนอกจากจะช่วยลดทอนปัญหารถติดแล้ว การนั่งรถเมล์ไปเรื่อย ๆ ยังรู้สึกสมองปลอดโปร่งดี ส่วนเรือด่วนคลองแสนแสบ หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ฟ้าใสก็ลุยมาหมดแล้ว

หลังจากฟ้าใสคว้าตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 เธอก็นำทีมเพื่อนนางงามเปิดตัวโครงการ “We Are One by Fasai Journey #1” เพื่อช่วยเหลือคนด้อยโอกาส โดยใช้ศิลปะ ดนตรี และกีฬา

มาพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ผ่านการเรียนรู้จริงจากกิจกรรมเวิร์กช็อป นอกจากนั้นเธอยังเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการลงพื้นที่ช่วยเหลือน้ำท่วม การรณรงค์ลดใช้รถยนต์ แม้แต่ในวันเกิดของเธอก็มักจะทำบุญให้มูลนิธิต่าง ๆ เสมอ

บอกเลยว่าเกิดเป็นฟ้าใสนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ เพราะแม้จะวางตัวดีแค่ไหน ก็ไม่วายมีดราม่านางงามตามมาเป็นระยะ แต่ถึงจะมีข่าวแรงแค่ไหน ฐานแฟนคลับของฟ้าใสก็ยังคงเหนียวแน่น โดยคอมเมนต์ตีกลับและให้กำลังใจพร้อมติด #saveฟ้าใส จนติดอันดับเทรนด์ทวิตเตอร์

หากย้อนดูความพยายามของ ฟ้าใส ปวีณสุดา บนเส้นทางนางงามนั้นจะพบว่า หนทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลย แต่เธอก็ไม่เคยคิดย่อท้อ พร้อมลงสนามมาสู้ใหม่จนทำตามความฝันได้สำเร็จ นับเป็นสาวสวยสุดสตรองที่น่าชื่นชมจริง ๆ และนี่เองเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอเป็นนางงามขวัญใจมหาชน

สงวนลิขสิทธิ์ © 2020 สำนักข่าวทัตสโตร์ออนไลน์
TRUSTSTORE ONLINE BY OKINFINITY LIMITED PARTNERSHIP (THAILAND)