วันจันทร์, 23 พฤศจิกายน 2563

บ้าน ‘ประวิทย์ มาลีนนท์’

04 เม.ย. 2020
1538

บ้าน ‘ประวิทย์ มาลีนนท์’
หลังอำลาช่อง 3 เตรียมขึ้นบริหารช่องใหม่

ประวิทย์ มาลีนนท์ เกิดเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรชายคนที่สอง จากแปดคน ของวิชัย มาลีนนท์ กับนางสมศรี มาลีนนท์ เป็นน้องชายของประสาร มาลีนนท์ พี่ชายของประชา มาลีนนท์,

ประชุม มาลีนนท์, รัตนา มาลีนนท์, รัชนี มาลีนนท์, นิภา มาลีนนท์ และ อัมพร มาลีนนท์ เป็นถึงผู้บริหารแบบนี้ บ้านของผู้บริหารจะตกแต่งกันแนวไหน ลองตามมาชมบ้านคุณประวิทย์กันเลยค่ะ

ที่นี่เป็นบ้านพักอาศัยคุณประวิทย์ มาลีนนท์ เงียบสงบ ร่มรื่นไปด้วยดอกไม้ นานาพันธุ์ ตามสไตล์ที่คุณประวิทย์ชอบ เป็นบ้านพักส่วนตัว ไม่มีคนมารบกวน เหมาะแก่การพักผ่อน สงบจิตใจ

มีมุมหลายมุม ที่มองแล้วรู้สึก ร่มเย็น สบายตา ได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง และธรรมชาติ หลังจากเครียดจากการทำงาน ได้กลับมาที่บ้านถือว่าบรรยกาศ ช่วยให้ผ่อนคลายอย่างมาก แม้จะได้เครื่องตึงเครียดจากทีทำงาน

อย่างไม่นานมานี้ที่สะเทือนกันทั้งตึกมาลีนนท์ หลังจากที่ช็อกวงการ กับข่าวการประกาศเทหุ้นทั้งหมดในช่อง 3 ของแม่ทัพใหญ่อย่าง “ประวิทย์ มาลีนนท์” คีย์แมนคนสำคัญที่เป็นกำลังหลักในการผลักดันให้ช่อง 3 เป็นช่องทีวีอันดับ 2 เป็นรองก็เพียงช่อง 7

ช่องเดียวเท่านั้น ว่ากันว่าเบื้องหลังเบื้องลึกของการเทหุ้นชนิดเกลี้ยงพอร์ต ไม่เพียงเฉพาะของตัวเองเท่านั้น แต่ยังนับรวมถึงหุ้นของบรรดาทายาท ในสายของคุณประวิทย์ทั้งหมดอีกด้วยนั้น น่าจะมาจากความขัดแย้งในกงสีเกี่ยวกับเรื่องของผลประโยชน์

ซึ่งก็สืบเนื่องมาจากการที่คุณประวิทย์ตัดสินใจลากออกจากทุกตำแหน่ง เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 บทบาทในการบริหารช่อง จึงตกไปอยู่ในกำมือของน้องชายคนเล็กอย่าง “ประชุม มาลีนนท์” แทน

โดยได้รับแรงสนับสนุนอย่างดีจากพี่น้องฝ่ายหญิงของตระกูล และมีการดึงคนนอกเข้ามาร่วมบริหารกันเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่อาจทำให้ช่อง 3 กลับมารรุ่งเรืองได้เหมือนก่อน ขณะที่ช่อง 3 อยุ๋ในอาการร่อแร่ จนถึงขนาดต้องตัดสินใจคืนช่องดิจิทัลถึง 2 ช่อง

รวมทั้งยังมีการปลดพนักงานออกเป็นจำนวนมาก และตอนนี้มีข้อมูลเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า คุณประวิทย์กำลังตระเตรียมการที่จะกลับมาทวงคืนความเป็นใหญ่ในอาณาจักร ใหม่ ด้วยการก้าวเข้ามาซื้อหุ้นอยู่ในช่อง PPTV

อย่างที่รู้กันดีว่านายทุนใหญ่ของช่อง PPTV ก็คือกลุ่มปราสาททองโอสถ ของ “หมอเสริฐ” ต้องการมันสมองของคุณประวิทย์ที่จะเข้ามาช่วยพัฒนา และผลักดันให้ช่อง PPTV ก้าวไกลขึ้นมาอยู่ในชาร์ตทีวีอันดับต้นๆ ให้จงได้และถ้าเจาะลึกลงไป

จะเห็นว่ามีการพูดคุย และวางแผนกันอย่างดีมานานแล้ว ทันทีที่คุณประวิทย์ก้าวเข้ามาบรีหารช่อง PPTV เต็มตัว ก็สามารถเปิดสงครามท้ารบได้เลย เพราะมีแม่ทัพ นายกอง และสรรพกำลังพร้อมอาวุธครบมืออยู่แล้ว กลับต้องมานั่งฝากชะตากรรมไว้ในมือของผู้บริหาร

ที่ไม่ได้คร่ำหวอดหรือเติบโตมากับสายงานทีวีอย่างแท้จริงดูจากรูปการณ์แล้ว เชื่อแน่ว่า อาณาจักรใหม่ของคุณประวิทย์ จะเข้ามาพลิกโฉม และสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการทีวีดิจิทัล และอาจจะส่งผลถึงบัลลังก์รองแชมป์ ที่อาจจะไม่ใช่ของช่อง 3 อีกต่อไป

นายประวิทย์ยังกล่าวถึงปรากฏการณ์จากความฮิตของละครบุพเพสันนิวาส ว่า ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เหมือนสวรรค์ให้มา บุพเพสันนิวาสยังพิสูจน์ให้เห็นว่า คอนเทนต์ที่ดีอย่างไรก็มีคนดู แถมมีคนช่วยโปรโมตให้ ซึ่งครึ่งหนึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับ

เทคโนโลยีอย่างมือถือและโซเชียลมีเดีย นายประวิทย์ เปิดใจว่าทายาททั้ง 4 เทหุ้นบีอีซีเวิลด์เกลี้ยง ไม่ได้หมายความว่าจะทอดทิ้งช่อง 3 ยังทุ่มเททำงาน เป็นพนักงานเหมือนเดิม แค่ไม่ได้รับปันผล อยากเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการทุกช่อง

เพราะทราบว่าหลายช่องหมดกำลังใจ จริงๆการทำทีวีไม่จำเป็นต้องสำเร็จในทุกรายการ ไม่จำเป็นต้องมีเรตติ้งดีทุกชั่วโมง แต่ต้องหารายการที่ทำเรตติ้งได้ดีมากๆ สักวันละ 1 ชั่วโมง ก็มีโอกาสรอดแล้ว

โดยหลังออกอากาศมาครบ 4 ปี ขณะนี้พอ มองออกแล้วว่าจะมี 6 ช่องแรกที่พอทำกำไรได้ ถือเป็นบัวพ้นน้ำ ส่วนอีก 6 ช่องถัดมา น่าจะรอดพ้นจากคำว่าขาดทุน ถือเป็นบัวปริ่มน้ำ โดยสรุปน่าจะมีอยู่ 12 ช่อง
ที่จะอยู่แข่งขันกันต่อไป ส่วนช่อง ที่น่าเป็นห่วงที่เหลือ ส่วนใหญ่น่าจะเป็นช่องข่าว

สงวนลิขสิทธิ์ © 2020 สำนักข่าวทัตสโตร์ออนไลน์
TRUSTSTORE ONLINE BY OKINFINITY LIMITED PARTNERSHIP (THAILAND)