วันอังคาร, 24 พฤศจิกายน 2563

‘ลุงสุวรรณฉัตร’ แท็กซี่ช่วยเหลือคนแก่

01 เม.ย. 2020
4410

‘ลุงสุวรรณฉัตร’ แท็กซี่ช่วยเหลือคนแก่ (ชมภาพ)

แท็กซี่คู่ชีพที่มีสติ๊กเกอร์ข้อความหลังรถว่า “สังคมจะน่าอยู่ ถ้าทุกคนเมตตาต่อกัน ช่วยเหลือฟรี” และไม่เป็นไร ขอบใจ ขอโทษ

ให้บริการดุจญาติมิตร ถือศีลเป็นสุข ถือสาเป็นโทษ” หากไปจอดหน้าบ้านใคร นั่นหมายถึงบ้านนั้นมีคนแก่

22 ปี ของการอุทิศตัวในงานบริการแบบไม่คิดมูลค่า ด้วยการรับ-ส่งคนแก่ในการพาไปพบแพทย์

ไปโรงพยาบาลตามหมอนัด สุวรรณฉัตร บอกว่า มีหลายรายที่รับส่ง ทุกอย่างที่ทำล้วนเกิดมาจากจิตใจที่มองบุคคลอื่นเสมือนญาติ

จากประสบการณ์ในวัยเยาว์ “สุวรรณฉัตร” เกิดในครอบครัวที่พ่อ-แม่ แยกทางกันตั้งแต่เขายังเด็กเขาเล่าว่า

เมื่อเรียนถึง ป.3 ตัดสินใจลาออกจากโรงเรียน เพื่อบวชเณร บวชเณรแล้วเรียนจนจบนักธรรมตรีจึงออกเดินทางตามหาพ่อ

ซึ่งได้ข่าวว่าอยู่ที่หาดใหญ่จุดเริ่มต้นเดินทางคือวัดมะนาวหวาน ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ไปพบคุณลุงขับรถตู้มาสอบถามเณรน้อยถึงการเดินทาง

เข้ากรุงหมายเริ่มชีวิตทำงาน สุวรรณฉัตร เริ่มต้นชีวิตการทำงานในเมืองหลวง ด้วยการเป็นคนงานในโรงกระดาษ ที่เจ้าตัวบอกว่าเป็นงานหนัก

รับค่าแรงวันละ 70 บ. จึงพยายามมองหางานใหม่ที่มีดีกว่า จึงไปสมัครเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เป็นงานที่มีอาหารและที่พักพร้อม หากแต่ทำงานไปจนครบ 1 เดือน กลับไม่ได้รับรายเดือน

เริ่มอาชีพโชเฟอร์แท็กซี่ หลังออกจากการเป็นยาม สุวรรณฉัตร ในวัย 18 ปี นึกถึงอาชีพขับแท็กซี่ ทั้งที่ตัวเองยังขับรถไม่เป็น

แล้วถือว่าเป็นโชคดีของเขา เมื่อไปเจอ “เฮียหมง” เจ้าของอู่แท็กซี่ใจดีย่านมไหศวรรย์ ที่ให้เขาได้เรียนรู้อาชีพการขับแท็กซี่

หากแต่เจ้าของอู่ก็ไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ ยังให้เขาขับต่อไป แม้ว่าในช่วงแรกการขับแท็กซี่จะไม่มีรายรับมากพอ เนื่องจากยังไม่รู้เส้นทาง

ให้ผู้โดยสารเป็นผู้บอกทางเป็นส่วนใหญ่ เมื่อเวลาผ่านไปความเชี่ยวชาญในเส้นทางมากขึ้น รู้แหล่งหาผู้โดยสาร ก็ทำให้ เขาสามารถดึงรถแท็กซี่ไปขับมือเดียว

แท็กซี่คันใหม่จาก “ปิติ ภิรมย์ภักดี” ในปี 2559 ที่ผ่านมา ปิติ ภิรมย์ภักดี แสดงความจำนงในการบริจาครถยนต์คันใหม่มาใช้ทดแทนคันเดิม

ซึ่งเหลือระยะเวลาในการเป็นแท็กซี่อีก 1 ปี รถยนต์คันใหม่ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการรับส่งไว้พร้อม