วันอังคาร, 24 พฤศจิกายน 2563

‘น้องเขต’ ทำงานอู่ซ่อมรถ

12 พ.ค. 2020
461

‘น้องเขต’ ทำงานอู่ซ่อมรถ (ชมภาพ)

อีกหนึ่งเรื่องราวชีวิตของหนุ่มน้อยม.3 ยอดกตัญญู ที่เติบโตมาโดยมีตาเลี้ยงเพียงลำพัง อาศัยกินข้าววัดเลี้ยงปากท้อง และอาศัยหากับข้าวรอหมู่บ้าน ทอดแหหาปลา กบ เขียด

ให้อยู่รอดกันไปตามมีตามเกิด แต่หัวใจนักสู้กับไม่เคยยอมแพ้ และยอมจำนนให้กับโชคชะตา โดยเรื่องราวสุดประทับใจนี้ เป็นเรื่องราวของ “น้องเขต” นักเรียนชายวัย 15 ปี

ชาวจังหวัดอุบลราชธานี ที่สู้ทนทำงานหนักตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นป.5 หาเลี้ยงดูตัวเองและเอามาจุนเจือครอบครัว และหลากหลายความคิดของหนุ่มน้อยคนนี้ ที่เตือนใจคนท้อแท้ชีวิตได้

เป็นอย่างดี โดยรายการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง ได้นำเสนอเรื่องราวของ ด.ช.พงษพัศ นุ่มนวล หรือ “น้องเขต” วัย 15 ปี ซึ่งทุกเย็นหลังเลิกเรียน เขตจะวนเวียนไปขอช่วยงานที่อู่ซ่อมรถใกล้โรงเรียน

หยิบจับเครื่องมือจนเจ้าของอู่คือคุณธีระชัย กับเพื่อนใจอ่อน และให้มาทำงานประจำที่อู่ตอนอายุ 13 ปี “เห็นเจ้าของอู่ ซ่อมรถหกล้อ รถสิบล้อผมก็เลยอยากมาหัดทำด้วยครับเพื่อที่โตขึ้นจะ

ได้ซ่อมเป็นแบบเจ้าของอู่ครับ” เกือบสามปีที่มาช่วยทำงานที่อู่ เขต เก็บออมจนสามารถซื้ออุปกรณ์ซ่อมรถมือสองเป็นของตัวเอง นอกจากทำงานที่อู่ เขตจึงสามารถรับงานที่บ้านได้ด้วย

“ซ่อมพัดลมครับ แล้วก็รับเติมลมจักรยานและมอเตอร์ไซด์ครับ” ผู้ที่มาใช้บริการเป็นคนในหมู่บ้านที่มาเอื้อเฟื้องานให้เขตได้มีค่าขนมไปโรงเรียน ค่าแรงแล้วแต่จะให้ หรือบางครั้งคิดราคามิตรภาพ

ครั้งละ 20-40 บ. ทำให้เขตมีเก็บไปดูแลครอบครัว ใช้ชีวิตอยู่กัน 3 คน ตา ยายและหลาน ต่อมาไม่นาน ทำให้เขตต้องอยู่กับตาวัย 79 ปี เพียงสองคน ส่วนพ่อแม่ไม่เคยมาหาหรือติดต่อ

กลับมาเลย เขตบอกว่า ตั้งแต่จำความได้ ก็รู้แค่ว่าแม่มาคลอดเขตที่บ้านหลังนี้ แล้วก็หายสาบสูญไป พ่อก็ติดต่อไม่ได้ เราก็คิดถึงเขาตลอด แต่ไม่รู้จะทำยังไง เพราะคิดถึงไป ก็รู้ว่าคงไม่มีวันได้เจอ

แต่ไม่เคยนึกโกรธที่เขาทิ้งไป หากมีโอกาส ได้ตอบแทนพระคุณผมก็จะทำ ทุกวันนี้ที่ทำงานหนัก ก็เพื่อดูแลตา ก็อยากดูแลตาให้ดีที่สุด ถ้าไม่ทำ เราก็ไม่มีกิน ผมก็ต้องสู้ต่อไป ตอนนี้ตาทวดของเขต

เวลาเดินต้อง ใช้ไม้เท้า เขตจึงมีหน้าที่อีกอย่างคือ ออกไปซื้อยามาให้ แต่บ้านอยู่ลึกเข้าไปในชนบทห่างไกล ต้องขี่จักรยานไปครั้งละ 10 กิโลเมตร หากตา ปวดขากินยาแล้วทุเลาลงได้ ก็จะไม่ต้องว่าจ้างรถไป รพ.

ซึ่งมีค่าใช้จ่าย ครั้งละ 500-1,000 บ. ไม่เพียงแต่การไป รพ. จะยากลำบาก ทางไปโรงเรียนก็ไม่ต่างกัน ต้องขี่จักรยานวันละ 14 กิโลเมตรไปกลับโรงเรียน แม้ไม่สะดวกสบายแต่ก็เป็นเส้นทางที่เขตเลือก

อุปสรรคเพียงเท่านี้ไม่อาจหยุดความมุ่งมั่นของเขาได้ วันหยุดเขตออกไปรับจ้าง ทั้งทำงานในไร่พริก ไร่มันสำปะหลัง และจะรีบกลับมาทำงานประจำ ที่อู่ซ่อมรถทุกเย็น แต่ถ้าวันไหนอู่ปิด ก็ต้องไปขอไถนา หรือปักดำตามแต่ฤดูกาล

เพราะผลตอบแทนจากงานแต่ละอย่างอยู่ที่ 40-100 บ. หากต้องใช้จ่ายถึงสองคนตาหลานก็อาจจะไม่พอเก็บออมเรียนต่อในระดับสูงกว่านี้ได้ ถือเป็นเรื่องราวเตือนใจคนท้อแท้ชีวิตได้อย่างดี เมื่อคนๆหนึ่งที่ต้องเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยว ไม่เคยเจอหน้าพ่อและแม่

ตั้งแต่เกิด แต่ยังมีใจกตัญญู อยากตอบแทนคุณ และยังไม่เคยย่อท้อกับโชคชะตา รู้จักสู้ทำงานด้วยหนึ่งสมองและสองมือ ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่า ในอนาคตหนุ่มน้อยคนนี้ ต้องมีชีวิตที่สดใสสวยงาม และจะประสบความสำเร็จได้อย่างดีเยี่ยม จากความขยันและกตัญญู

สงวนลิขสิทธิ์ © 2020 สำนักข่าวทัตสโตร์ออนไลน์
TRUSTSTORE ONLINE BY OKINFINITY LIMITED PARTNERSHIP (THAILAND)