วันศุกร์, 27 พฤศจิกายน 2563

พี่ชายแท้ๆ ‘หมอเจี๊ยบ ลลนา’

20 มิ.ย. 2020
732

พี่ชายแท้ๆ ‘หมอเจี๊ยบ ลลนา’ ‘โอจีฟ วิตต์’ สามีนางเอกดัง ‘พลอยจินดา’

ถ้าพูดชื่อของผู้หญิงคนนี้หลายคนอาจจะไม่รู้จัก แต่หากบอกว่าวันนี้ HELLO! จะมาพูดคุยกับ ‘คุณแม่เม-วินิตตา ก้องธรนินทร์’ คุณแม่สุดแซบของ นางสาวไทยปี 2549 แถมพ่วงดีกรีคุณหมอมาด้วย ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน        ‘คุณหมอเจี๊ยบ-ลลนา ก้องธรนินทร์’ นั่นเอง

นอกจากลูกสาวอย่างหมอเจี๊ยบแล้วนั้น คุณแม่เมยังเป็นแม่ของ ‘คุณวิตต์ ก้องธรนินทร์’ หนุ่มผู้เคยโด่งดังจากรายการอัจฉริยะข้ามคืน รวมถึง ‘คุณพราว ก้องธรนินทร์’ อดีตผู้ประกาศข่าวภาษาอังกฤษรายการ            Newsline อีกด้วย

พูดแบบนี้แล้วเชื่อว่าหลายๆคนคงอยากรู้จัก ‘คุณแม่เม-วินิตตา ก้องธรนินทร์’ กันแล้วใช่ไหมคะ ที่สำคัญคือ เธอมีเทคนิค หรือเคล็ดลับอะไรในการเลี้ยงลูกๆ ให้ออกมามีคุณภาพขนาดนี้ ไม่ต้องรอนานค่ะ                                คุณแม่เมเป็นหญิงเก่ง

ที่มีอาชีพหลากหลาย ทำรายการโทรทัศน์ ทำงานโฆษณา เรื่อยไปจนถึงมูลนิธิเพื่อสังคม แต่ทุกครั้งที่เอ่ยถามถึงอาชีพ เธอมักจะตอบเสมอว่า “อาชีพหลักของเธอคือ ‘แม่’ นั่นเพราะ การเป็นแม่ คือ สิ่งคุณเมเลือกทำก่อนอาชีพอื่นเสมอ”

“เราเลี้ยงลูกตามธรรมชาติคือใช้ใจเลี้ยง แล้วเราจะสามารถดึงศักยภาพของเขาออกมาได้ดีกว่า มีเวลาให้เขา ไม่เอาลูกไปเปรียบเทียบกับใคร สิ่งแรกเลยพ่อแม่ต้องเลี้ยงลูกด้วยทัศนคติที่ดีก่อน ถ้าพ่อแม่ชอบเปรียบเทียบ พวกเขาจะไม่มีทางมีความสุข ต้องทำเป็นตัวอย่างให้เขาเห็น

ดีกว่าไปบอกสอนหรือสั่งว่าต้องทำตัวอย่างไร การเป็นพ่อเป็นแม่ไม่มีอะไรมากไปกว่าการที่เราต้องทำให้เขาค้นพบศักยภาพของตัวเองให้เร็วที่สุด ได้ทำสิ่งที่ชอบ แล้วให้เขาได้ใช้ชีวิตของเขาไป ก็แค่นั้น”                        ฟังดูเหมือนเป็นแนวคิดง่ายๆ

แต่การเป็นแม่มืออาชีพต้องใช้พลังมหาศาลและเป็นภารกิจระยะยาวในการส่งคนถึงฝั่งให้สมบูรณ์ที่สุด “จริงๆ ไม่ได้ดีกว่าคนอื่น แต่ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน สิ่งดีๆ หลายอย่างที่เห็นในตัวลูกๆ คือเขาเป็นคนมีน้ำใจ

วัยเล็กของโอจีฟ (วิตต์)  “เป็นคนที่ฉลาด อ่านหนังสือพิมพ์ตั้งแต่ 3 ขวบ เขาจะชอบเรียนอะไรยากๆ เคยพาเขาไปเช็คปรากฏว่าเขาอัจฉริยะ สามารถจับผิดหนังสือนิทานได้ ตอนนั้นมีหนังสือชื่อ ‘ยีราฟตามหาแม่’                  ซึ่งได้รับรางวัลหนังสือดีเด่นแห่งชาติ

แต่พอลูกดูแล้วบอกว่า “แม่ยีราฟมันคอยาว เป็นไปไม่ได้ที่มันจะมองไม่เห็นแม่ของมัน แล้วคอยถามว่า แม่อยู่นี่ไหม แม่อยู่นั่นไหม มันเป็นไปไม่ได้” ครูเลยบอกให้ไปตรวจไอคิว เพราะดูฉลาดเกิน พาเขาไปที่ศูนย์              เช็คไอคิว มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒน์

ผลออกมาลูกมีไอคิวสูงเกินปกติเป็นเขาเป็นคนที่อัจฉริยะ เรียนได้ A มาตลอด สอบเข้าสาธิตมศว.ประสานมิตรสบายๆ จน ป.6 เริ่มวัยรุ่นย้ายมาอยู่สาธิตปทุมวัน ความที่เป็นโรงเรียน Bilingual ไม่มี ESL                                (English as Second Language)

เลยตัดสินใจย้ายเขาไปอยู่บางกอกพัฒนา แต่พอเข้าไปเจอ Culture shock เลยไม่เรียนตั้งแต่ต้น สังคมไทยกับฝรั่งต่างกันมาก เขาต่อต้านจนต้องย้ายไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่โอจีฟก็จบโรงเรียนทหารแล้วถึงเข้ามหาวิทยาลัย” รู้จักช่วยเหลือคนอื่น

คิดว่าลูกเราน่าจะเป็นคนมีคุณภาพเหมือนกันนะ ไม่แก่งแย่ง คิดในสิ่งที่ดีงาม และมีตรรกะ” ด้วยต้นทุนครอบครัวที่มีสถานะทางเศรษฐกิจที่ดี ทำให้โอกาสในชีวิตของวิตต์มีโอกาศมากขึ้น เมื่อเทียบกับอัตรารายได้            ขั้นต่ำของประชากรในเวลานั้น

โอกาสทางการศึกษาเป็นสิ่งที่ “วิตต์” ได้รับจากพ่อแม่อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากที่สุด “ผมเป็นคนที่เรียนมาหลายหลักสูตร เริ่มต้นเนอสเซอรี่ก็เรียนอินเตอร์ จนพี่เลี้ยงทะเลาะกับครู ก็ออก แล้วก็มาเรียนอนุบาลจันทร์เจ้า โรงเรียนไทย แล้วก็ไปต่อประถมศึกษาที่ สาธิตประสานมิตร

ต่อมาก็ไปเรียนสาธิตปทุมวัน หลักสูตร bilingual เป็นภาษาอังกฤษ แต่หลักสูตรไทยก็เรียนอยู่ 2 ปี แล้วก็ไปเรียนบางกอกพัฒนา ซึ่งเป็นหลักสูตรอังกฤษเลย ก็จะเน้นเขียน สอบจะเขียนหมด อยู่ได้ 2 ปี ก็เรียนหลักสูตรอังกฤษ ต่อมาพ่อส่งไปโรงเรียนทหารที่อเมริกา เรียนอยู่ 2 ปี”

เมื่อไล่เลียงจากชีวิตวัยเรียนของเขา ถือว่าเป็นคนที่ย้ายหลายโรงเรียนมาก แต่ก็ล้วนอยู่ในรั้วโรงเรียนที่เป็นสถาบันมีชื่อเสียงและต้องมีสถานะทางเศรษฐกิจที่ดีแต่ผลจากการต้องย้ายโรงเรียนบ่อยครั้ง                               ทำให้วิตต์เองก็ได้เรียนรู้เพื่อนและประสบการณ์จากสังคม และรู้ว่าโอกาสที่เขาได้รับมานั้นมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับคนอื่น และเป็นจุดเริ่มต้นให้ต้องตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งที่ได้รับ

 

สงวนลิขสิทธิ์ © 2020 สำนักข่าวทัตสโตร์ออนไลน์
TRUSTSTORE ONLINE BY OKINFINITY LIMITED PARTNERSHIP (THAILAND)